
อยากแก้ใต้ตาลึก ตาโหล หรือร่องใต้ตาชัด แต่ไม่รู้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา กี่ cc ถึงจะพอดี โดยเฉพาะคนที่กลัวเติมน้อยแล้วไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือเติมเยอะจนใต้ตาดูบวมเกินไป จริง ๆ แล้วไม่มีจำนวน cc เดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะต้องดูทั้งปัญหาใต้ตา โครงสร้างใบหน้า และปริมาณที่จำเป็นของแต่ละเคสก่อนวางแผน อยากรู้ว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาต้องเติมเยอะแคไหน พิจารณาจากอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
Key Takeaway
- โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่มีจำนวน cc ตายตัว เพราะคนที่มีร่องใต้ตาเล็กน้อยกับคนที่ตาโหลลึกหรือมีการยุบตัวของโครงสร้าง ต้องใช้ปริมาณแตกต่างกัน
- 1 cc อาจเพียงพอสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน ต้องดูว่าต้องแก้ข้างเดียวหรือสองข้าง ปัญหาลึกแค่ไหน และมีบริเวณอื่นที่ต้องเสริมแรงพยุงร่วมด้วยหรือไม่
- ยี่ห้อไม่ใช่ตัวกำหนดจำนวน cc เพียงอย่างเดียว เพราะ Restylane และ Juvederm มีหลายรุ่น เนื้อและคุณสมบัติต่างกัน แพทย์จึงต้องเลือกรุ่นควบคู่กับปริมาณให้เหมาะกับปัญหา
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา กี่ cc ถึงจะพอดีกับปัญหาของเรา?

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาส่วนใหญ่จะใช้ประมาณ 1-2 cc แต่ต้องบอกจริง ๆ แล้วไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะต้องดูว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร หากมีร่องใต้ตาหรือตาโหลไม่มาก ปริมาณประมาณ 1 cc อาจเพียงพอในบางเคส แต่ถ้ามีร่องลึก โครงสร้างรอบดวงตายุบตัวชัด หรือจำเป็นต้องปรับบริเวณใกล้เคียงเพื่อช่วยพยุงใต้ตา ก็อาจต้องใช้มากขึ้น โดยแพทย์จะประเมินทั้งสองข้างและวางปริมาณให้เหมาะกับใบหน้า ไม่จำเป็นต้องแบ่ง cc ซ้าย-ขวาเท่ากันเสมอไป
ใต้ตาลึกไม่เท่ากัน ปริมาณ cc ที่ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
การดูว่าควรใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตากี่ cc ไม่ได้ตัดสินจากอายุหรือความต้องการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูรายละเอียดของใต้ตาและใบหน้าร่วมกัน โดยปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่
- ระดับความลึกของใต้ตา หากมีร่องใต้ตาเพียงเล็กน้อยอาจใช้ปริมาณไม่มาก แต่คนที่ตาโหลหรือร่องลึกชัดอาจต้องใช้มากขึ้น
- โครงสร้างรอบดวงตาและ Midface หากบริเวณที่ช่วยพยุงใต้ตามีการยุบตัว อาจต้องวางแผนแก้โครงสร้างร่วมด้วย ไม่ใช่เติมเฉพาะร่องใต้ตา
- ความต่างระหว่างใต้ตาสองข้าง ใบหน้าคนเราไม่ได้สมมาตรทั้งหมด แพทย์จึงอาจใช้ปริมาณแต่ละข้างแตกต่างกันเพื่อปรับให้ภาพรวมสมดุล
- คุณภาพและความบางของผิวใต้ตา ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวค่อนข้างบาง การเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง และปริมาณจึงต้องละเอียด เพื่อไม่ให้ใต้ตาดูบวมหรือไม่เรียบ
- โปรแกรมฟิลเลอร์เดิมที่เคยทำ หากเคยทำบริเวณใต้ตามาก่อน แพทย์ควรประเมินของเดิมก่อนว่ามีเหลืออยู่หรือไม่ และจำเป็นต้องแก้ก่อนวางแผนเพิ่มเติมหรือเปล่า
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำหรับการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับใครที่อยากรู้ปริมาณ cc ที่เหมาะกับตัวเอง ปรึกษาได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย คลิกเลย!
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาแต่ละยี่ห้อ ใช้ปริมาณ cc ต่างกันหรือไม่?
โปรแกรมฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อไม่ได้กำหนดจำนวน cc ที่ต้องใช้ เพราะขึ้นอยู่กับปัญหาใต้ตาของแต่ละคน โดย INFINIZ Clinic มีทั้ง Restylane และ Juvederm โปรแกรมฟิลเลอร์รุ่นมาตรฐานที่เหมาะกับผิวใต้ตาให้แพทย์เลือกใช้ตามความเหมาะสม
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane เนื้อต่างกัน เลือกให้เหมาะกับปัญหาใต้ตา
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane มีเนื้อสัมผัสและความยืดหยุ่นหลายแบบ จึงเลือกใช้ได้ตามลักษณะปัญหาใต้ตา ทั้งตาโหล ร่องใต้ตาลึก หรือบริเวณที่ต้องการเก็บรายละเอียดให้ดูเรียบเนียน โดยแพทย์จะดูทั้งความลึกของร่อง ความบางของผิว และตำแหน่งที่ต้องการเติมก่อนเลือกเนื้อและจำนวน cc ให้เหมาะกับแต่ละคน
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm เติมใต้ตาให้เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm มีเนื้อที่ให้ความยืดหยุ่นและเลือกใช้ตามระดับของปัญหาได้ เหมาะกับการเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่เป็นร่องหรือตาโหล รวมถึงการปรับบริเวณใกล้เคียงที่มีผลต่อความต่อเนื่องของใต้ตาและแก้ม จำนวน cc ที่ใช้จึงไม่ได้ดูจากร่องใต้ตาอย่างเดียว แต่ต้องดูโครงสร้างและความลึกของปัญหาร่วมกันด้วย
ก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เตรียมตัวยังไง? หลังทำดูแลแบบไหนให้เข้าที่

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ค่อนข้างละเอียด การเตรียมข้อมูลให้แพทย์ครบและดูแลตัวเองตามคำแนะนำหลังทำ จะช่วยให้แพทย์วางแผนได้เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น
การเตรียมตัวก่อนทำ
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ และอาหารเสริมให้แพทย์ทราบก่อนทำ
- หากเคยทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาหรือโปรแกรมอื่นบริเวณรอบดวงตามาก่อน ควรแจ้งยี่ห้อ รุ่น ปริมาณ และช่วงเวลาที่ทำเท่าที่ทราบ
- หากมียาหรืออาหารเสริมที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดรอยช้ำ ไม่ควรหยุดเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อน
- หากมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีปัญหาผิวบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินก่อน
การดูแลตัวเองหลังทำ
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณใต้ตาเอง หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ
- ดูแลความสะอาดบริเวณที่ทำและปฏิบัติตามคำแนะนำของคลินิก
- ช่วงแรกอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำได้ ควรสังเกตอาการและให้เวลาบริเวณใต้ตาค่อย ๆ เข้าที่
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น สีผิวเปลี่ยนผิดปกติ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์ทันที
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน ปริมาณ cc มีผลหรือไม่?
โดยทั่วไป โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ INFINIZ Clinic สามารถเห็นผลได้นานประมาณ 12-18 เดือน แต่ระยะเวลาของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ รวมถึงการดูแลตัวเองและการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
ส่วนปริมาณที่ใช้ ไม่ได้หมายความว่ายิ่งใช้หลาย cc แล้วจะยิ่งอยู่ได้นาน เพราะจำนวน cc มีไว้เพื่อปรับให้เหมาะกับความลึกของร่องและปัญหาใต้ตาเป็นหลัก ดังนั้น การเลือก ยี่ห้อ รุ่น และปริมาณที่พอดีกับปัญหา จึงสำคัญกว่าการเพิ่มจำนวน cc เพื่อหวังให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาใช้ cc ไม่พอดี น้อยไปหรือมากไปต่างกันยังไง?
ปริมาณโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ควรน้อยหรือมากเกินไป เพราะทั้งสองแบบส่งผลต่อความเรียบเนียนและความเป็นธรรมชาติของใต้ตาได้ต่างกัน
- ปริมาณน้อยเกินไป อาจเติมเต็มปัญหาได้ไม่เพียงพอ ทำให้ร่องใต้ตาหรือตาโหลยังเห็นชัด และอาจต้องกลับมาประเมินเพื่อเติมเพิ่มเติม
- ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ใต้ตาดูเต็ม บวม ไม่เรียบ หรือเห็นเป็นก้อนได้ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่ผิวค่อนข้างบาง
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องยึดว่าต้องใช้ให้ครบ 1 cc หรือแบ่งข้างละ 0.5 cc เสมอไป ควรให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาของแต่ละข้างต้องใช้ปริมาณเท่าไร เพื่อให้ใต้ตาดูเต็มขึ้นอย่างพอดีและรับกับใบหน้ามากที่สุด
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ INFINIZ Clinic เลือกทั้งรุ่นและปริมาณให้เหมาะกับแต่ละคน
ที่ INFINIZ Clinic มีโปรแกรมฟิลเลอร์สำหรับบริเวณใต้ตาจากทั้ง Juvederm และ Restylane โดยมีหลายรุ่นให้เลือกตามลักษณะของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นใต้ตาโหล ร่องลึก ริ้วรอย หรือผิวใต้ตาที่ต้องการเก็บรายละเอียด ซึ่งแต่ละรุ่นมีเนื้อและคุณสมบัติแตกต่างกัน
ก่อนทำสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรูปหน้าและบริเวณใต้ตาก่อนได้ว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน ควรเลือกผลิตภัณฑ์แบบใด และต้องใช้กี่ cc โดยไม่จำเป็นต้องยึดว่าทุกคนต้องใช้ 1 cc หรือแบ่งสองข้างเท่ากัน เพราะเป้าหมายคือเลือกปริมาณให้พอดีกับใบหน้าและยังดูเป็นธรรมชาติ
- ทำโปรแกรมโดยแพทย์ ตั้งแต่การประเมินปัญหา เลือกผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงวางปริมาณ cc ให้เหมาะกับแต่ละคน
- ใช้ผลิตภัณฑ์โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจก่อนตัดสินใจทำ
- ราคาเหมาะสมกับโปรแกรมที่เลือก โดยสามารถประเมินจำนวน cc และค่าใช้จ่ายตามปัญหาก่อนทำได้
- คลินิกมีที่ตั้งชัดเจนและติดต่อได้ สะดวกทั้งการเข้ามาปรึกษาก่อนทำและติดตามผลหลังทำ
เพราะโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้วัดกันที่ใช้กี่ cc แต่สำคัญที่เลือกปริมาณให้พอดีกับปัญหาและรูปหน้าของแต่ละคน ที่ INFINIZ Clinic จึงเน้นประเมินก่อนทำ เพื่อวางแผนให้ใต้ตาดูเต็มขึ้นอย่างพอดี เรียบเนียน และยังคงความเป็นธรรมชาติของใบหน้าไว้
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ต้องแข่งกันใช้หลาย cc แต่ต้องพอดีกับใต้ตาของเรา
ใต้ตาไม่ใช่บริเวณที่ยิ่งเติมเยอะแล้วจะยิ่งสวย บางคนใช้เพียงเล็กน้อยก็ช่วยให้ร่องใต้ตาดูเต็มขึ้น ขณะที่บางคนอาจต้องดูทั้งตาโหล ร่องลึก และโครงสร้างรอบดวงตาร่วมกัน เพราะฉะนั้นแทนที่จะกังวลว่าต้องใช้ 0.5, 1 หรือมากกว่า 1 cc สิ่งสำคัญกว่าคือใช้เท่าไรถึงจะพอดีกับใต้ตาของเรา
ที่ INFINIZ Clinic จะเริ่มจากให้แพทย์ประเมินปัญหาใต้ตาและรูปหน้าก่อน แล้วค่อยเลือกทั้งยี่ห้อ รุ่น และจำนวน cc ให้เหมาะกับแต่ละคน โดยมีโปรแกรมฟิลเลอร์จากทั้ง Juvederm และ Restylane ให้เลือกตามลักษณะของปัญหา พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบได้
ใครที่ยังลังเลว่าใต้ตาของตัวเองควรใช้กี่ cc หรือกลัวทำแล้วใต้ตาดูเต็มเกินไป สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ INFINIZ Clinic ก่อนได้ เป้าหมายไม่ใช่การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ให้ครบจำนวน แต่คือ เติมเท่าที่จำเป็น แก้ให้ตรงจุด และทำให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นแบบที่ยังเป็นธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ข้างละ 0.5 cc พอไหม?
ข้างละ 0.5 cc หรือรวม 1 cc อาจเพียงพอในบางคน โดยเฉพาะกรณีที่ปัญหาใต้ตาไม่มาก แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้เป็นมาตรฐานสำหรับทุกคน หากมีตาโหลลึก ร่องชัด หรือสองข้างมีปัญหาไม่เท่ากัน แพทย์อาจวางปริมาณแตกต่างออกไป
โปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc ทำได้กี่จุด?
ไม่มีจำนวนจุดตายตัว เพราะ 1 cc คือปริมาตรของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องแบ่งได้กี่ตำแหน่ง การกระจายไปหลายจุดมากเกินไปอาจทำให้แต่ละบริเวณได้ปริมาณไม่เพียงพอกับปัญหา จึงควรให้แพทย์วางแผนจากบริเวณที่ต้องการแก้เป็นหลัก
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาซ้ำ ต้องใช้ปริมาณ cc เท่าเดิมหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะเมื่อกลับมาทำครั้งต่อไปอาจยังมีโปรแกรมฟิลเลอร์เดิมเหลืออยู่ หรือโครงสร้างและปัญหาใต้ตาเปลี่ยนไปจากครั้งก่อน แพทย์จึงควรประเมินใหม่ทุกครั้งว่าเหลือของเดิมมากน้อยแค่ไหนและต้องเพิ่มเติมเท่าไร ไม่ควรยึดจำนวน cc จากครั้งก่อนมาใช้โดยอัตโนมัติ
