โปรแกรม Sculptra ช่วยฟื้นฟูผิวเสียให้กลายเป็นผิวสวย

Web Jan 26 08

หลายคนเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับผิวหน้าและริ้วรอยบริเวณใบหน้าที่สร้างปัญหากวนใจอยู่ตลอดเวลา สำหรับใครที่ต้องการตัวช่วยในการจัดการกับปัญหาผิวหน้าเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว เติมเต็มริ้วรอยให้ดูจางลง และยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย การฉีด Sculptra ถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่จะช่วยคุณแก้ไขปัญหาผิวหน้าจากภายในสู่ภายนอก

ปัจจุบันนวัตกรรมด้านความงามใหม่ ๆ ได้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการปรับโครงสร้างผิวหน้า และเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้าดูมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น วันนี้ Infiniz Clinic จะพามาทำความรู้จักว่า Sculptra คืออะไร และ Sculptra กับ ฟิลเลอร์ จะมีข้อแตกต่างกันอย่างไร มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลย

Table of Contents

Sculptra คืออะไร?

Sculptra คือ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในรูปแบบหนึ่ง โดยมี PLLA (Poly-L-Lactic acid) ที่เป็นสารกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย โดยมีส่วนประกอบที่ผ่านการสังเคราะห์อนุภาคออกมาจากพืช จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในร่างกาย เพราะสารนี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหาร และยาประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ตั้งแต่ปี 1999 และเป็นที่นิยมอย่างมากในทั่วโลกต่อมา 

มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนในร่างกายให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่อมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการยกกระชับผิวหน้า ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวภายใน และเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้าอีกด้วย 

การเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้าสามารถฉีดเข้าไปในตำแหน่งเฉพาะหรือในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณชั้นผิวที่สามารถทำการฉีดได้หลายตำแหน่ง เช่น กรอบหน้า ขมับ หรือหน้าแก้ม เป็นต้น

คอลลาเจนคืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผิว?

Sculptra ช่วยเรื่องคอลลาเจน

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราถึงต้องกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการฉีด Sculptra? คำตอบคือ เพราะคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้ลดลง จึงทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ และเกิดริ้วรอยบริเวณผิวหน้าได้ 

โดยร่างกายของเราจะมีคอลลาเจนอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่จะพบได้บ่อยอยู่ 3 ชนิด ดังนี้

  • คอลลาเจน Type 1 เป็นคอลลาเจนที่พบได้มากที่สุดในร่างกายถึง 90% มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง จะพบได้ในบริเวณเส้นเอ็นและผิวหนัง คอลลาเจนชนิด 1 สามารถพบได้ในอาหารทั่วไป เช่น เนื้อ ปลา ไข่ เป็นต้น
  • คอลลาเจน Type 2 เป็นคอลลาเจนที่มีเส้นใยหลวมกว่าคอลลาเจนชนิด 1 มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวและขยับร่างกายที่ดี คอลลาเจนชนิด 2 จะอยู่บริเวณข้อต่อและกระดูก สามารถพบได้ในอาหารทะเลและไก่ 
  • คอลลาเจน Type 3 เป็นคอลลาเจนที่พบได้มากเป็นอันดับสอง คอลลาเจนชนิด 3 มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างลำไส้และหลอดเลือด สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์จากวัวเป็นหลัก

หน้าที่ของคอลลาเจนเกี่ยวกับผิวหน้า

  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเสริมสร้างความเรียบเนียนให้กับผิว
  • เพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวหน้า
  • กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูสดใสและอ่อนเยาว์
  • ช่วยคงความชุ่มชื้นและป้องกันการแห้งกร้านของผิวหน้า​

Sculptra มีกระบวนการทำงานอย่างไรบ้าง?

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Sculptra คือ สารที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนบนใบหน้า ปรับโครงสร้างบนผิวหน้าให้มีความอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอก มาดูกันต่อว่า ในส่วนของกระบวนการทำงาน?

เริ่มแรกในการฉีดกระตุ้นคอลลาเจน จะนำ Sculptra และน้ำสเตอไรล์ทางการแพทย์ปราศจากเชื้อจนมาผสมกัน ก่อนฉีดเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง จากนั้นเป็นกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดย Sculptra จะกระตุ้นให้เซลล์ที่เป็นตัวสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินเข้ามารวมตัวกัน ส่งผลให้ในชั้นใต้ผิวหนังของเรามีการผลิตคอลลาเจน ผิวหนังบริเวณที่ฉีดจึงมีความกระชับและแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งมีความอ่อนเยาว์มากขึ้น 

Sculptra แตกต่างกับวิธีการทำหัตถการอื่น ๆ อย่างไร?

BA Sculptra 05

ในหัวข้อนี้ เราได้รวบข้อแตกต่างของการทำ Sculptra กับการทำหัตถการอื่น ๆ ไว้ให้แล้ว สำหรับใครที่สงสัยว่าจะทำหัตถการชนิดไหนดี สามารถอ่านรายละเอียดและเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเราได้เลย

ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ ฟิลเลอร์ 

การฉีด Sculptra มีข้อแตกต่างกับการฉีดฟิลเลอร์ ตรงที่คุณสมบัติในการช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้า เนื่องจากจะมีคุณสมบัติหลักคือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย ที่จะเป็นกระบวนการเสริมสร้างจากธรรมชาติ ทำให้คอลลาเจนในร่างกายมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรงจากภายใน และช่วยให้ผิวหน้าของเรามีความอ่อนเยาว์อีกด้วย 

แต่การฉีดฟิลเลอร์จะมีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำให้กับผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าและเติมเต็มผิวที่ไม่กระชับ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที โดยในการเลือกว่าจะใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการฉีดแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม, ฟิลเลอร์คาง, ฟิลเลอร์ขมับ หรือฟิลเลอร์หน้าผาก ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนการตัดสินใจ

ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ Exosome

การฉีด Sculptra มีข้อแตกต่างกับการฉีด Exosome ตรงที่คุณสมบัติในการช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้า เนื่องจากมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นบำรุงผิวจากชั้นใต้ผิวหนัง และช่วยให้ผิวหน้ามีความกระชับมากขึ้น แต่การฉีด Exosome มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมผิวชั้นบน ลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้ผิวหน้าสดใสมากขึ้นเท่านั้น

ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ Rejuran

การฉีด Sculptra มีข้อแตกต่างกับการฉีด Rejuran ตรงที่สารสกัดที่นำมาเป็นองค์ประกอบหลักในการผสมตัวยา เพราะมีสาร PLLA ที่ได้จากการสังเคราะห์ออกมาจากพืช จึงทำให้ผู้ที่ฉีดมีโอกาสเกิดการแพ้ได้น้อย และไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมคอลลาเจนให้ผิวหน้า 

ในส่วนของการฉีด Rejuran แม้ว่าจะมีคุณสมบัติในการสร้างคอลลาเจนเหมือนกันก็จริง แต่ในการฉีด Rejuran จะใช้สารพันธุกรรมของปลาแซลมอนที่มี DNA คล้ายกับของมนุษย์ ทำให้ Rejuran มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวเดิมที่ถูกทำลาย และเพิ่มเกราะป้องกันให้กับผิวหน้า

ข้อแตกต่างระหว่าง Sculptra กับ Radiesse

การฉีด Radiesse vs Sculptra มีข้อแตกต่างกัน โดยการฉีด Radiesse นั้นมีคุณสมบัติในการช่วยเติมเต็มริ้วรอยเช่นบริเวณร่องแก้ม แล้วยังช่วยเพิ่ม Volume ให้กับใบหน้า แต่ Sculptra นั้นจะเน้นไปที่ปรับสภาพผิวให้ดูกระชับและอิ่มฟู

การฉีด Sculptra เหมาะกับใคร?

Sculptra ดีไหม

      • ผู้ที่อยากมีผิวหน้าอ่อนเยาว์

      • ผู้ที่มีริ้วรอยจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น

      • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ

      • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวภายใน 

      • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวจากสารสกัดธรรมชาติ

      • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์หลังการฉีดระยะยาว 

      • ผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์ ในกลุ่ม Hyaluronic acid สามารถทำการฉีด Sculptra ทดแทนได้

    •  

    เผยข้อดีของการฉีด Sculptra ช่วยอะไรได้บ้าง

    • กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติในชั้นผิว
    • ฟื้นฟูความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวหน้า
    • ลดเลือนริ้วรอยลึกและร่องลึกอย่างมีประสิทธิภาพ
    • ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน
    • ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
    • เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวในระยะยาว

    ขั้นตอนในการฉีด Sculptra

    มาต่อในส่วนของขั้นตอนการฉีด ที่ใช้จริงจากคลินิก

        • การตรวจประเมินสภาพผิว ขั้นตอนแรกแพทย์จะประเมินสภาพผิวหน้าของเรา และสอบถามถึงปัญหาผิวหน้าที่ไม่มั่นใจ รวมถึงให้ผู้เข้ารับบริการรับทราบคำแนะนำในการทำ Sculptra

        • การเตรียมยาชา เข้าสู่ขั้นตอนการฉีดแพทย์จะทำการแปะยาชาบริเวณที่จะฉีด ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมผิวหน้า

        • ขั้นตอนการฉีด ในระหว่างที่รอยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะมีการผสม Sculptra เข้ากับน้ำสเตอไรล์ และทำการฉีดลงใต้ชั้นผิวลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร

        • การนวดหน้าหลังฉีด เมื่อฉีดเสร็จแพทย์จะทำการนวดหน้า เพื่อให้ตัวยากระจายไปทั่วบริเวณที่ต้องการ เป็นอันเสร็จขั้นตอนในการฉีด

      ฉีด Sculptra ราคาเท่าไหร่?

      • Sculptra 1 ขวด (10 CC) ราคาจะอยู่ที่ 29,000-60,000 บาท
      • Sculptra 2 ขวด ราคาจะอยู่ที่ 58,000-100,000 บาท

      โดยในการฉีด 1 ครั้งจะต้องใช้ยา อย่างต่ำ 1 vial หากผสมแล้วจะได้ยาประมาณ 10 CC หากใช้ปริมาณยาที่น้อยกว่านี้ อาจจะทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ 

      *ราคา Sculptra จะขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่เลือกเข้ารับบริการและเงื่อนไขอื่น ๆ ร่วมด้วย*

      >> อ่านเพิ่มเติมข้อมูลและราคาของฟิลเลอร์ได้ที่ “ฟิลเลอร์ 1 CC“

      วิธีดูแลหลังจากฉีด Sculptra ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

      เมื่อทำการฉีด Sculptra เราควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง เพื่อเห็นผลลัพธ์ในการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด 

          • หลังจากฉีด Sculptra ควรนวดหน้าอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และติดต่อกันประมาณ 5 วัน เพื่อให้ตัวยากระจายทั่วบริเวณที่ต้องการ

          • หลีกเลี่ยงการอบไอน้ำและการสัมผัสความร้อน เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง

          • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกายหนัก จนกว่าอาการบวมบริเวณที่ฉีดจะเป็นปกติ

          • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและทาครีมบริเวณที่ฉีด เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง

          • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า เป็นระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

        ผลข้างเคียงของการฉีด Sculptra

        Sculptra ผลข้างเคียง

        Sculptra เป็นตัวยาที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) และยังปราศจากผลิตภัณฑ์จากสัตว์ จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างภายในร่างกายภายหลังฉีดเสร็จ 

        แต่หลังฉีดอาจพบผลข้างเคียงได้บ้างเล็กน้อย โดยผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้มีลักษณะคล้ายกับการฉีดฟิลเลอร์ คือ มีอาการบวมแดง หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังฉีดไปแล้วสักระยะ

        ข้อควรระวังการฉีด Sculptra มีอะไรบ้าง?

        การฉีด Sculptra ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ที่มีวิธีการฉีดเฉพาะ ซึ่งจะต้องอาศัยการประเมินผิวหน้า (Facial Analysis) และการวิเคราะห์ปริมาณยาที่ฉีดอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงในระยะยาว 

        การฉีดให้เห็นผลจึงต้องอาศัยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและมีใบรับรองถูกต้อง ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเกิดอาการแพ้ยาได้

        ฉีด Sculptra กี่วันเห็นผล ?

        การฉีด Sculptra จะเห็นผลลัพธ์หลังฉีด ประมาณ 3-4 สัปดาห์ สำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาผิวหน้า สามารถเข้ารับการฉีดซ้ำได้ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ในระยะ 4-6 เดือนหลังฉีดครั้งแรก 

        Sculptra ฉีดกี่ครั้งถึงจะเหมาะสม ?

        หากผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาผิวหนักแพทย์แนะนำให้ฉีดไม่เกินครั้งละ 1 ขวด โดยสามารถฉีดแบบต่อเนื่องได้ถึง 3 เดือน แต่ตควรจะเว้นระยะห่างระหว่างเดือนขั้นต่ำ 1 เดือน หากผู้ที่มีปัญหาผิวค่อนข้างหนัก แนะนำให้ฉีดครั้งละ 2 ขวดเป็นอย่างต่ำ

        ฉีด Sculptra อยู่ได้นานไหม ?

        ผลลัพธ์ในการฉีด Sculptra จะอยู่ได้เป็นเวลาประมาณ 2 ปี หากเข้ารับการฉีดต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์

        Sculptra ของแท้มีวิธีการสังเกตยังไง ? 

            • มีรูปตัว S บนหน้ากล่องต้องมีความนูน

            • มีเลขทะเบียนอย. และเอกสารกำกับภาษาไทยติดอยู่ข้างกล่อง

            • มีสติกเกอร์วงกลมติดบนกล่องในสภาพสมบูรณ์

            • มี QR code สำหรับตรวจสอบ Sculptra ของแท้ผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker 

            • มีตัวยา Sculptra ที่เป็นผง บรรจุอยู่ภายในขวดสุญญากาศ

          สรุปเกี่ยวกับ Sculptra 

          Sculptra เป็นนวัตกรรมด้านความงามที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เมื่อมีอายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนน้อยลง จึงทำให้ผิวหน้าและร่างกายของเราเกิดความหย่อนคล้อยและดูไม่กระชับ Sculptra ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างผิวหน้าจากภายในสู่ภายนอก ให้ผิวหน้าของคุณมีความอ่อนเยาว์และดูธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น

          การแก้ไขปัญหาผิวหน้าควรจะมีการปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์และเข้ารับประเมินผิวหน้าจากสถานพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด 

          ซึ่งที่ Infiniz Clinic มีการทำหัตถการทางความงามที่หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาใบหน้าที่รองรับมาตรฐานผ่านอย. จากไทยและต่างประเทศ โดยทีมแพทย์หมออู๋ ณัฐพล ลาภเจริญกิจ แพทย์วิทยากรผู้สอนและอาจารย์พิเศษรับเชิญทางด้านเวชศาสตร์ความงามทางด้านการฉีดฟิลเลอร์ และสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หากท่านใดต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้ 

              • Facebook : Infiniz Clinic :: Skin & Facial Design Expert 

              • Line ID: @Infinizclinic

              • โทร : 098-828-5444 

            References

            Llamas, M. (2023, September 5).Types of Collagen. Drugwatch. https://www.drugwatch.com/health/collagen/types/

            Santos-Longhurst, A. (2018, June 15).Will Sculptra Effectively Rejuvenate My Skin?. Healthline. https://www.healthline.com/health/sculptra

            Sculptra. (2023, March 2). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24676-sculptra

            SCULPTRA SCIENCE. (n.d.). Sculptra. https://www.sculptrausa.com/sculptra-science

            ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

            ยอมรับทั้งหมด
            จัดการความเป็นส่วนตัว
            • เปิดใช้งานตลอด

            บันทึกการตั้งค่า